Apple, Google และ Microsoft ร่วมกันใช้ระบบล็อกอินแบบใหม่

Share

Warning: Undefined array key "postid" in /home/securitysy/domains/securitysystems.in.th/public_html/wp-content/plugins/page-views-count/src/pvc_widget.php on line 24

Warning: Undefined array key "increase" in /home/securitysy/domains/securitysystems.in.th/public_html/wp-content/plugins/page-views-count/src/pvc_widget.php on line 25

Warning: Undefined array key "show_views_today" in /home/securitysy/domains/securitysystems.in.th/public_html/wp-content/plugins/page-views-count/src/pvc_widget.php on line 26

Loading

รู้หรือไม่ รหัสผ่านที่คนใช้มากที่สุดบนโลก คือ “‘123456” และรหัสผ่านที่มีคนใช้มากที่สุดรองลงมา ก็คือ “12345678” แต่ในอนาคตเราอาจจะไม่ต้องใช้พาสเวิร์ดในการล็อกอิน เพื่อเข้าถึงบริการต่าง ๆ อีกต่อไป

ล่าสุด บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Apple, Google และ Microsoft จับมือร่วมกันผลักดันการใช้ระบบล็อกอินมาตรฐาน FIDO ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งาน ไม่ต้องใช้พาสเวิร์ดหรือรหัสผ่าน ในการเข้าใช้บริการต่าง ๆ ทั้งบนเว็บไซต์ และแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนอีกต่อไป

แล้วถ้าไม่ใช้รหัสผ่าน จะล็อกอินอย่างไร ?

อธิบายง่าย ๆ ก็คือ ในการล็อกอินแทนที่จะต้องใส่รหัสผ่าน ก็เปลี่ยนมาเป็นใช้โทรศัพท์มือถือในการยืนยันตัวตนแทน เช่น การสแกนใบหน้า หรือ สแกนลายนิ้วมือ

ยกตัวอย่าง ถ้าหากเราต้องการเข้าใช้งาน Gmail ก็ไม่ต้องทำการล็อกอินใส่รหัสผ่าน แต่จะมีการแจ้งเตือนมายังโทรศัพท์มือถือของเรา ให้เราเข้าไปสแกนนิ้วมือเพื่อยืนยันตัวตน จากนั้นก็จะสามารถเข้าใช้งาน Gmail ได้ทันที

สำหรับเป้าหมายของการเลิกใช้รหัสผ่าน ก็เนื่องจากการใช้รหัสผ่าน มีความยุ่งยาก ผู้ใช้งานอาจลืมรหัสผ่าน หรือใช้รหัสผ่านเดิม ๆ กับทุก ๆ บริการ จึงอาจเป็นความเสี่ยงที่นำไปสู่การถูกแฮ็กบัญชี ทำให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูล หรือถูกขโมยตัวตนได้ ซึ่งการยืนยันตัวตนแบบไม่ต้องใช้รหัสผ่านนั้น จะสร้างทั้งความสะดวกสบาย และสร้างความปลอดภัยได้มากกว่านั่นเอง

อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติระบบใหม่นี้ ก็อาจมีความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากด้านอื่น ๆ มาแทน เช่น กรณีผู้ใช้งานทำโทรศัพท์มือถือหาย..

โดยทาง Apple และ Google คาดว่า จะมีการปรับปรุงระบบเพื่อใช้งานการล็อกอินใหม่นี้กับแพลตฟอร์มหรือบริการของตัวเอง ได้อย่างเร็วที่สุดภายในปีนี้ หรืออย่างช้าที่สุดภายในปีหน้า ซึ่งทั้ง 3 บริษัทได้ลงนามร่วมมือกันเมื่อวานนี้ (5 พฤษภาคม) ตรงกับวันรหัสผ่านโลกด้วย..

แหล่งข้อมูล

https://www.facebook.com/MarketThinkTH/posts/5009067485852269/