Midnight แท็กซี่บินพร้อมออกให้บริการปี 2025

Share

Warning: Undefined array key "postid" in /home/securitysy/domains/securitysystems.in.th/public_html/wp-content/plugins/page-views-count/src/pvc_widget.php on line 24

Warning: Undefined array key "increase" in /home/securitysy/domains/securitysystems.in.th/public_html/wp-content/plugins/page-views-count/src/pvc_widget.php on line 25

Warning: Undefined array key "show_views_today" in /home/securitysy/domains/securitysystems.in.th/public_html/wp-content/plugins/page-views-count/src/pvc_widget.php on line 26

Loading

รถบิน หนึ่งในเทคโนโลยีล้ำสมัยที่เคยเห็นตามสื่อบันเทิง เราเข้าใจมาตลอดว่านั่นเป็นเพียงภาพในอนาคตอันห่างไกล แต่ใครจะคาดคิดว่าเทคโนโลยีที่ว่านอกจากไม่ไกล ยังอาจพร้อมให้เราใช้บริการในรูปแบบแท็กซี่ได้ในอีกไม่เกิน 5 ปี

ข่าวคราวเกี่ยวกับรถบินเริ่มมีการพูดถึงกันมากขึ้น โดยเฉพาะหลังการมาถึงของยานยนต์ไฟฟ้าที่ศักยภาพของเครื่องยนต์ได้รับการยกระดับ กลายมาเป็น eVTOL อากาศยานลงจอดแนวดิ่งพลังไฟฟ้าซึ่งได้รับการผลักดันต่อเนื่อง เมื่อหลายบริษัทต่างเริ่มมองเห็นโอกาสและมิติใหม่แห่งยานยนต์

ล่าสุดอุตสาหกรรมนี้ไม่เพียงคึกคักแต่ใกล้จะออกมาให้เราได้ยลโฉมกันในไม่ช้า

Midnight แท็กซี่บินเตรียมออกให้บริการปี 2025

แท็กซี่บินได้ถือเป็นแนวคิดที่ได้รับการพูดถึงในหลายประเทศ เมื่อยานพาหนะประเภทอากาศยานถูกย่อขนาดลงมาให้เล็กลง จากเครื่องบินซึ่งต้องใช้รันเวย์เป็นทางยาวสู่การขึ้นลงแนวดิ่ง จนปัจจุบันการมาถึงของเทคโนโลยี eVTOL นี่เอง จึงเริ่มมีแนวคิดในการใช้อากาศยานมาให้บริการในรูปแบบแท็กซี่

หลายประเทศให้ความสนใจในจุดนี้ หนึ่งในนั้นคือ Archer Aviation บริษัทสตาร์ทอัพสัญาชติอเมริกันซึ่งเคยเปิดตัวแท็กซี่บินได้รุ่นต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการบินทดสอบในปี 2021 คราวนี้พวกเขากลับมาอีกครั้งกับ Midnight รถยนต์บินได้รุ่นใหม่ซึ่งหากได้รับการอนุมัติอย่างราบรื่น พวกเขาก็พร้อมเปิดให้บริการภายในปี 2024

โดยเครื่อง Midnight มีศักยภาพในการบรรทุกน้ำหนักได้สูงสุด 453 กิโลกรัม ระยะทำการกว่า 160 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุด 241 กิโลเมตร/ชั่วโมง จากกำลังขับเคลื่อนของใบพัดขนาดเล็ก 12 ตัว ช่วยให้สามารถขับเคลื่อนได้อย่างราบรื่นทั้งในแนวราบและแนวดิ่ง พร้อมรองรับผู้โดยสารได้มากสุด 4 คนไม่รวมคนขับ

เส้นทางการบินสายแรกซึ่งเตรียมให้บริการมีระยะทางไม่เกิน 32 กิโลเมตร เพื่อให้สามารถชาร์จพลังงานในช่วงเวลาเดินทางในเวลาไม่เกิน 10 นาที เส้นทางการบินของแท็กซี่บินนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของทางบริษัทกับทาง United Airlines ครอบคลุมระยะทางตั้งแต่สนามบินนิวยอร์กไปถึงเมืองแมนฮัตตัน

ในขั้นต้นพวกเขาจะใช้งานโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ก่อนจำพวก ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ แล้วจะเริ่มขยายลานบินเฉพาะของ eVTOL ต่อไปในอนาคต

ข้อดีของ Midnight ในแบบที่เฮลิคอปเตอร์ไม่มี

ถึงตรงนี้หลายท่านอาจตั้งข้อสงสัยว่า ในเมื่อหน้าที่ รูปแบบการใช้งาน หรือโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งหมดล้วนใกล้เคียงกับเฮลิคอปเตอร์มาก เช่นนั้นเหตุใดเราจึงต้องนำ Midnight เข้ามาทดแทน ไม่นำเฮลิคอปเตอร์มาใช้งานแบบในอดีตที่น่าจะตอบโจทย์การเดินทางรูปแบบนี้เช่นกัน

จุดเด่นประการสำคัญของ eVTOL คือรักษาสิ่งแวดล้อม อย่างที่ทราบกันว่าเครื่องยนต์ของอากาศยานปัจจุบันอาศัยน้ำมันเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนจึงมีอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง แตกต่างจาก Midnight ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกว่า สอดคล้องกับนโยบาย Net zero ซึ่งได้รับการผลักดันในหลายประเทศ

อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของเครื่องยนต์ไฟฟ้าคือ ความเงียบ เมื่อเปรียบเทียบกับอากาศยานรุ่นเก่าเครื่องยนต์ของ Midnight สร้างมลพิษทางเสียงต่ำมาก ผู้พัฒนากล่าวว่า ตัวเครื่องมีความเงียบกว่าเฮลิคอปเตอร์นับร้อยเท่า แม้จะบินในระดับความสูงมากกว่า 600 เมตรก็ตาม

ปัจจุบันพวกเขาอยู่ในขั้นตอนยื่นคำร้องเพื่อดำเนินการรับรองแก่ Midnight ให้สามารถทำการบินได้จาก Federal Aviation Administration (FAA) ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการบินและอากาศยานของสหรัฐฯ คาดว่าจะสามารถได้การรับรองภายในช่วงสิ้นปี 2024 และพร้อมเปิดให้บริการครั้งแรกภายในปี 2025

สู่ยุคสมัยใหม่ ศักราชแห่งแท็กซี่บินอย่างเป็นทางการ

แนวโน้มของแท็กซี่บินกำลังเป็นรูปร่างไม่เพียงแค่ภายในสหรัฐฯแต่เป็นทั่วทุกมุมโลก ในกรณีของ Midnight ของบริษัท Archer Aviation เอง ล่าสุดพวกเขาเร่งสร้างโรงงานในจอร์เจียซึ่งจะพร้อมเดินเครื่องภายในปี 2024 เบื้องต้นจะมีกำลังการผลลิต 650 ลำ/ปี และพร้อมจะขยายกำลังการผลิตให้มากถึง 2,300 ลำ/ปี ในอนาคต

ในทวีปยุโรปแท็กซี่บินต่างได้รับการพัฒนาแพร่หลายไม่แพ้กัน บริษัทสตาร์ทอัพเยอรมนี Lilium ก็พัฒนาต้นแบบของแท็กซี่บินเป็นผลสำเร็จและพร้อมจะเข้าสู่กระบวนการผลิตในปี 2024 หรือจะเป็น Volocopter บริษัทสัญชาติเดียวกันที่เพิ่งบินทดสอบไปในเดือนพฤศจิกายน 2022 และเตรียมเปิดให้บริการในปารีสและสิงค์โปร์ในปี 2024 เช่นกัน

สำหรับฝั่งประเทศเอเชียเอง จีนก็เริ่มทดสอบแท็กซี่บินแล้วเช่นกัน โดยบริษัท XPeng Motors หนึ่งในบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของจีน ได้ทำการทดสอบแท็กซี่บินในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในวันที่ 10 ตุลาคม 2022 โดยมุ่งเน้นใช้งานภายในพื้นที่เมืองทดแทนการเดินทางในระยะสั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด

นอกจากธุรกิจแท็กซี่บินแล้ว ปัจจุบันหลายประเทศก็ให้ความสนใจการพัฒนารถบินไม่แพ้กัน ทั้ง AirCar ของสโลวาเกีย, PAL-V Liberty ของเนเธอร์แลนด์ หรือแม้แต่ Airlios ของเวียดนามซึ่งเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่เริ่มมีการพัฒนารถบิน โดยวางแผนจะเปิดให้บริการเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ในไม่ช้า

ฟังดูเป็นเรื่องดีเมื่อรถบินที่เรามักเห็นในภาพยนตร์หรือการ์ตูนกำลังจะออกมาให้ใช้งาน แต่การใช้งานรถยนต์ชนิดนี้ก็จำเป็นต้องมีการควบคุมดูแลอย่างเข้มงวดเช่นกัน เพราะแค่เพียงอุบัติเหตุบนท้องถนนยังร้ายแรง เราย่อมไม่อยากให้เหตุการณ์นี้ไปเกิดบนฟ้า จนมีผู้เสียชีวิตหรือลูกหลงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแน่

แหล่งข้อมูล

https://www.posttoday.com/post-next/innovation/688057