ตู้โทรศัพท์สาธารณะนั้นตกยุคแล้วจริงหรือ ?

Share

 1,991 total views

ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายได้พัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งก็ส่งผลให้การใช้โทรศัพท์สาธารณะนั้นลดลงไปกว่าที่เคยเป็นมา โดยตู้โทรศัพท์สาธารณะนั้นเคยมีความสำคัญเสมือนหนึ่งลมหายใจของการติดต่อสื่อสารในยุคก่อนเก่าเลยก็ว่าได้ ซึ่งเรา ๆ ท่าน ๆ บางคนอาจจะเคยได้อยู่ในบรรยากาศของการเข้าคิวอยู่หน้าตู้โทรศัพท์สาธารณะเพื่อรอใช้บริการ แต่ในวันนี้ตู้โทรศัพท์สาธารณะที่เคยมีความสำคัญ ก็แทบจะกลายเป็นวัตถุโบราณที่หมดความสำคัญไปเสียแล้ว เพราะในวันนี้เรา ๆ ท่าน ๆ ต่างก็มีโทรศัพท์มือถือเป็นของตนเอง เราสามารถจะโทรศัพท์ได้ในทุกหนทุกแห่ง และที่สำคัญค่าโทรไม่แพงเหมือนในอดีต ทำให้โทรศัพท์สาธารณะเริ่มลดบทบาทลงไปและกลายเป็นเทคโนโลยีที่ตกยุค โดยเมืองใหญ่ ๆ หลายเมืองได้ทยอยเก็บตู้โทรศัพท์เพื่อนำไปไว้ในที่ทางที่เหมาะสม เพราะว่ามันได้ก่อปัญหา เช่น บดบังทัศนียภาพอันสวยงามของสวนสาธารณะ หรือกีดขวางทางสัญจรบนบาทวิถี

free wifi

แต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมามหานครนิวยอร์กได้เกิดแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนตู้โทรศัพท์สาธารณะจำนวนนับพันเครื่อง ให้กลายเป็นจุดปล่อยสัญญาณ Free Wi-Fi โดยโครงการนี้มีชื่อเรียกว่า LinkNYC ซึ่งดำเนินงานโดยบริษัท CityBridge ที่ใช้เงินลงทุนกว่า 7,000 ล้านบาท ($200 million) ทาง CityBridge กล่าวว่า Wi-Fi ดังกล่าวจะส่งสัญญาณเร็วถึง 1,000 Mbit/s ซึ่งเร็วกว่าระบบสื่อสารไร้สายทั่วไปถึง 100 เท่า

wifi

ผู้ใช้ไม่ต้องเสียเวลาดูโฆษณาก่อนที่จะล็อกอินเข้าสู่ระบบ โดยอุปกรณ์นี้จะทำให้เราเชื่อมโยงอินเตอร์เน็ตได้แบบอัตโนมัติหลังจากที่เราได้ลงทะเบียนครั้งแรกไปแล้ว ซึ่งจุดปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ที่มาจากตู้โทรศัพท์ดังกล่าวจะมีเสาสัญญาณอยู่บนตู้ ครอบด้วยจอภาพอิเลคทรอนิคส์ในแต่ละด้านเพื่อแสดงโฆษณา และยังมี tablet แอนดรอยด์ติดตั้งเอาไว้ให้เพื่อให้ผู้คนสามารถเข้าเว็บและโทรออกผ่านเน็ตได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายมหานครทั่วโลก เริ่มที่จะนำเอาแนวคิดดังกล่าวไปปรับใช้ เพื่อให้เกิดเป็นเทคโนโลยีที่มีความเหมาะสมกับยุคสมัย แต่ทว่าก็ยังมีเรื่องที่น่าแปลกใจอยู่บ้าง ว่าตู้โทรศัพท์สาธารณะนั้นตกยุคแล้วจริง ๆ หรือ เพราะหากว่าเราได้มีโอกาสเดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่น ก็จะพบว่าโทรศัพท์สาธารณะในประเทศญี่ปุ่นนั้น กลับได้รับการดูแลรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี ยังแลดูใหม่ และยังใช้งานได้อย่างเป็นปกติ ซึ่งประเทศญี่ปุ่นนั้นถือว่าเป็นหนึ่งในผู้นำทางด้านเทคโนโลยีของโลกเลยก็ว่าได้ แต่ทำไมเขายังคงเก็บรักษาโทรศัพท์สาธารณะเอาไว้

ตู้โทรศัพท์

ข้อดีของตู้โทรศัพท์สาธารณะ (ยังมีอยู่)
โทรศัพท์สาธารณะของประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นระบบเดินสายใต้ดินที่เรียกว่า “Landline” ซึ่งมีข้อดีที่เหนือกว่าโทรศัพท์มือถือ ได้แก่
1. ระบบ Landline แทบจะไม่ต้องการไฟฟ้า, แม้จะถึงขั้น Blackout (การไฟฟ้าตัวแม่ไม่จ่ายไฟ) ก็ยังใช้โทรได้
2. สายของระบบ Landline ถูกฝังอยู่ใต้พื้นดินลึก, ต่อให้เกิดพายุถล่มหรือภัยพิบัติบนชั้นผิวดินก็ไม่สะเทือน และตอนสร้างระบบ Landline จะต้องมีตัว Backup ไฟฟ้าอีกชั้นหนึ่งซ่อนอยู่ใต้ดินเผื่อใน Case ฉุกเฉินระยะยาว
3. ตู้โทรศัพท์สาธารณะไม่มีวันแบตหมด แม้จะเกิด Disaster ก็ยังใช้งานได้ 24 Hr / Day
4. หน่วยงานรัฐที่ชุมสายสามารถ Check ได้ทันทีว่าตู้โทรศัพท์ที่ใช้โทรนั้นอยู่ตรงไหน ใน Case ฉุกเฉิน จะมีการส่งหน่วยกู้ภัยเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

ด้วยเหตุผลทั้ง 4 ข้อนี้ ประเทศที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติอย่างญี่ปุ่น ตู้โทรศัพท์สาธารณะจึงยังคงมีความสำคัญอยู่ไม่น้อย แม้ว่าในเวลาปกติผู้คนแทบจะไม่สังเกตว่ามันยังมีอยู่ แต่ในภาวะฉุกเฉิน เช่น เหตุแผ่นดินไหว ก็ยังคงมีผู้ใช้บริการตู้โทรศัพท์สาธารณะอยู่เสมอ

ดังนั้นจึงเป็นโจทย์สำคัญของมหานครทั่วโลกว่าจะจัดการกับเจ้าตู้โทรศัพท์สาธารณะที่มีอยู่แล้วนี้อย่างไร เพื่อให้คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้ลงทุนไป และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างแท้จริง

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
www.gethitech.com
www.pantip.com
www.cookiecoffee.com
www.itsbizchannel.com
www.pantip.com