ดาต้าเซ็นเตอร์, เอดจ์ และ เซิร์ฟเวอร์พร้อมเอดจ์ เรากำลังใช้ชีวิตในยุคของเอดจ์

Share

 824 total views

โซลูชันการจัดเก็บข้อมูลแบบใหม่จะทำให้ดาต้าเซ็นเตอร์สามารถทำงานผ่านเอดจ์จากระยะไกลได้

ตั้งแต่ไฟจราจร ไปยังสถานีอวกาศ รวมทั้ง อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ และคลาวด์ ตลอดจน 5G ล้วนขับเคลื่อนให้เกิดการมีบทบาทของการประมวลผลแบบเอดจ์เพิ่มมากขึ้น มีการปรับใช้การประมวลผลและเก็บข้อมูลนอกดาต้าเซ็นเตอร์หรือใกล้กับที่ที่ข้อมูลถูกสร้างและบันทึกเพิ่มมากขึ้น

จากรายงานล่าสุดของ Gartner กล่าวว่า ในบรรดาข้อมูลที่องค์กรสร้างขึ้นนั้น มีเพียงไม่ถึง 10% ที่ถูกสร้างและประมวลผลโดยไม่ผ่านดาต้าเซ็นเตอร์ส่วนกลางแบบดั้งเดิม หรือคลาวด์ และตัวเลขดังกล่าวอาจสูงถึง 75% ในปี 2568

การประมวลผลและเครือข่ายภายใต้แบบเอดจ์นั้น เครือข่ายอาจทำงานช้าเป็นระยะ ๆ รวมถึงมีราคาสูงหรือไม่มีอยู่จริง การใช้งานเอดจ์อาจอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สุดขั้ว เช่น อยู่กลางมหาสมุทร ท่ามกลางการปฏิบัติทหารในทะเลทราย หรือแม้กระทั่งภารกิจบนอวกาศ ซึ่งสภาพแวดล้อมระยะไกลเหล่านี้ที่สถาปัตยกรรมการประมวลผลอัจฉริยะใหม่ล่าสุดของเอดจ์จะสามารถนําศูนย์ข้อมูลไปสู่การดําเนินการ ขจัดอุปสรรคของศักยภาพการทำงาน และค่าใช้จ่าย รวมถึงการเชื่อมต่อในบางกรณี

และอะไรคือสิ่งที่จะทำให้อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบเอดจ์จากทางไกล สามารถใช้งานได้ดีในสภาพแวดล้อมที่สุดโต่งดังกล่าวได้ล่ะ

ความแตกต่างของเอดจ์

ดาต้าเซ็นเตอร์แบบดั้งเดิมถูกจัดเตรียมอย่างละเอียดด้วยหลายปัจจัย เช่น ทรัพยากรระบบ IT พนักงาน พื้นที่และการพิจารณาการควบคุมการเปิดปิดและการระบายความร้อน ในทางตรงกันข้ามเอดจ์มีจุดเด่นในเรื่องการเชื่อมต่อ การทนต่อสภาพแวดล้อมที่สุดโต่ง และความปลอดภัยที่มากกว่า

นอกจากนี้ สกอตต์ แฮมิลตัน (Scott Hamilton) ผู้อํานวยการอาวุโสแพลตฟอร์มการจัดการผลิตภัณฑ์และการตลาดของเวสเทิร์น ดิจิตอล กล่าวว่า “เซิร์ฟเวอร์พร้อมเอดจ์ให้ความคล่องตัว การทำหน้าที่การวิเคราะห์ และการประมวลผลด้วยประสิทธิภาพที่สูง ซึ่งไม่ได้อยู่ในดาต้าเซ็นเตอร์แบบดั้งเดิม” เค้ายังกล่าวอีกว่า “ความสำคัญของเอดจ์ คือการนําข้อมูล การประมวลผล และผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสิ่งของให้ใกล้ชิดกันมากขึ้นเพื่อการตัดสินใจแบบเรียลไทม์และการเพิ่มคุณค่าแก่ผู้ใช้”

ไม่ว่าจะเป็นในดาต้าเซ็นเตอร์หรือผู้ใช้งานเอดจ์ จากระยะไกลต่างคาดหวังประสบการณ์เดียวกัน สตีฟ วิลกินส์ (Steve Wilkins) การตลาดโครงสร้างพื้นฐานของดาต้าเซ็นเตอร์ที่เวสเทิร์น ดิจิตอล กล่าวว่า “ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดของเอดจ์ระยะไกล คือการเชื่อมต่อและระยะทางไปยังดาต้าเซ็นเตอร์” เค้ายังกล่าวเสริมว่า “ไม่ว่าจะเป็นในทะเลอันไกลโพ้นหรือกลางทะเลทรายที่การเชื่อมต่ออาจช้าหรือไม่เข้าถึง แต่ปริมาณงานหรือเวิร์คโหลดยังคงต้องการการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์จากพื้นที่ห่างไกล”

ความเร็วยังคงเป็นที่ต้องการ

เมื่อข้อมูลที่พบในเอดจ์ถูกส่งกลับไปไว้บนระบบคลาวด์จะใช้เวลาที่นานมาก รวมถึงมีราคาสูงจนยากที่จะใช้งานได้จริง

แฮมิลตัน กล่าวว่า “ในภาคธุรกิจนั้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรม ธุรกิจโทรคมนาคม หรือการสํารวจแท่นขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่ง ต่างก็มีข้อมูลเป็นจำนวนมหาศาลที่จะต้องรวบรวมและนำไปใช้งาน” และเสริมอีกว่า “บางครั้งการส่งข้อมูลกลับมาโดยเฮลิคอปเตอร์นั้นยังจะเร็วกว่าการพยายามถ่ายโอนข้อมูลจํานวนมากกลับมาจากพื้นที่ที่เข้าไม่ถึงสาธารณูปโภคเสียอีก”

แต่การส่งข้อมูลทางเฮลิคอปเตอร์ก็ไม่ได้เหมาะสมกับทุกสถานการณ์ และการส่งข้อมูลจํานวนมากไปยังดาต้าเศ็นเตอร์นั้นจำเป็นต้องพึ่งพาเครือข่ายระยะไกลมาก นอกจากนี้บางกรณี ผู้ใช้งานหรือบริษัทก็ไม่สามารถอดทรรอคอยการตอบสนองจากดาต้าเซ็นเตอร์ได้

วิลกินส์ กล่าวว่า “ความสามารถในการประมวลผลข้อมูลในพื้นที่และถ่ายโอนเฉพาะผลลัพธ์กลับไปยังดาต้าเซ็นเตอร์สามารถลดปริมาณการรับส่งข้อมูลบนเครือข่ายได้อย่างมหาศาล” เหมาะสําหรับการสํารวจกลางทะเลหรือกล้องโทรทรรศน์ที่วางอยู่บนภูเขาสูง ซึ่งในบางกรณีสามารถเชื่อมต่อผ่านการเชื่อมโยงดาวเทียมเท่านั้น และสัญญาณอาจจะขาด ๆ หาย ๆ

เซิร์ฟเวอร์พร้อมเอดจ์จะช่วยให้สามารถประมวลผลแบบเอดจ์จากระยะไกลได้ ลดความจำเป็น (รวมถึงเวลา) ในการส่งข้อมูลกลับไปยัง คลาวด์ หรือดาต้าเซ็นเตอร์ขององค์กร

ข้อมูลที่ปลอดภัยและมีเสถียรภาพในสภาพแวดล้อมสุดขั้ว

นอกเหนือจากเรื่องของระยะทาง อุปกรณ์เอดจ์ และผู้ใช้งานในพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับองค์ประกอบด้านสิ่งแวดล้อมที่หลากหลาย ซึ่งต่างจากระบบดาต้าเซ็นเตอร์รุ่นแรกที่คาดการณ์ได้

วิลกินส์ กล่าวว่า “รูปแบบของสภาพแวดล้อมและวิธีการที่อุปกรณ์จะไปถึงนั้นสำคัญมาก เพราะไม่ว่าคุณจะต้องการส่งข้อมูลเซิร์ฟเวอร์เอดจ์ไปทางอากาศให้กับกองปฏิบัติการทางทหารในทะเลทราย หรือไปยังพื้นที่สํารวจทางทะเลจากระยะไกล อุปกรณ์ที่มีการป้องกันน้ำ และ ฝุ่น จึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะสร้างความมั่นใจว่าอุปกรณ์จะไม่เสียหาย”

การจัดเก็บข้อมูลนอกดาต้าเซ็นเตอร์ ความสามารถในการทนต่อแรงกระแทกและการสั่นสะเทือนเมื่อขนส่งบนยานพาหนะหรือเครื่องบินมีความสําคัญ แม้แต่ความแตกต่างของความดันอากาศเมื่อเปลี่ยนระดับความสูงก็ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ได้

แฮมิลตันกล่าวว่า “ สําหรับการใช้ข้อมูลที่มีความสำคัญและซับซ้อน เช่น เขตสงครามทหาร หรือ สถานที่เกิดเหตุอาชญากรรม อุปกรณ์เอดจ์จำเป็นต้องเป็นไปตามมาตรฐานของทหารเพื่อรักษาความปลอดภัย ด้วยการใส่รหัสผ่าน และตู้ที่ป้องกันการงัดแงะ”

เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานทางทหารที่เข้มงวดเหล่านี้ Western Digital ได้พัฒนา Ultrastar® Edge-MR ซึ่งเป็นเซิร์ฟเวอร์ของ Ultrastar® Edge  ที่มีคุณสมบัติทนทาน สามารถนำไปใช้ในภารกิจเกี่ยวกับการทหารได้

นอกเหนือจากการงัดแงะเพื่อเข้าถึงข้อมูลสำคัญ การป้องกันการรบกวนผ่านแม่เหล็กไฟฟ้า (external electromagnetic interference – EMI)  ทั้งจากธรรมชาติหรือเหตุการณ์เลวร้ายล้วนแล้วแต่สำคัญ การตรวจคัดกรอง EMI ภายในยังเป็นสิ่งสําคัญในการลดโอกาสเจอะเหตุการณ์ดังกล่าว

เซิร์ฟเวอร์เอดจ์นําการประมวลผลมาสู่แบบเอดจ์

แฮมิลตันกล่าวว่า “เรามีต้องการที่จะได้รับข้อมูลอย่างทันท่วงที ไม่ว่าข้อมูลจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะประจําการอยู่ในป่าหรือมหาสมุทร ผู้ใช้ในปัจจุบันต้องการเรียกใช้แอปพลิเคชันเดียวกันกับที่จัดเก็บข้อมูลและมีความสามารถในการประมวลผลเสมือนว่าพวกเขาอยู่ที่โต๊ะทํางานที่องค์กร”

ความต้องการนั้นอาจกระตุ้นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอุตสาหกรรมนี้ นักวิเคราะห์ Omdia คาดว่าการปรับใช้เซิร์ฟเวอร์พร้อมเอดจ์จะเพิ่มเป็นสองเท่าในปี 2567 รวมเกือบห้าล้านหน่วยและความต้องการในการประมวลผลจะมากตามด้วย

การเติบโตของการสร้างข้อมูลที่อุปกรณ์ปลายทาง และโอกาสในการดึงคุณค่าจากข้อมูลนั้นกําลังเชื่อมต่อผู้คนและเทคโนโลยีอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน องค์กรกําลังขยายและขยายความเป็นไปได้ของระบบคลาวด์ในพื้นที่ห่างไกล ด้วยการเชื่อมต่อหลายพันล้านชุดข้อมูลทั่วโลก โดยเซิร์ฟเวอร์พี้อมเอดจ์มีบทบาทสําคัญในการประมวลผลและแปลงข้อมูลระหว่างดาต้าเซ็นเตอร์หลัก (แบบสาธารณะ ส่วนตัว และไฮบริด) และกลุ่มคนที่หลากหลาย สิ่งของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกัน และเวิร์คโหลดที่อุปกรณ์ปลายทาง

การมาของเอดจ์กำลังจะเป็นกระแสหลัก

เผยแพร่ใน TECHNOLOGY TRENDS เมื่อ 15 มิถุนายน 2021

แถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้า

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า รวมถึงข้อความที่เกี่ยวข้องกับความคาดหวังของผลิตภัณฑ์เสริมระบบฝังตัวและครบวงจรของเวสเทิร์น ดิจิตอล และตลาดของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ รวมทั้งความพยายามในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และขนาดความจุ ตลอดจนศักยภาพ จนถึงแอพพลิเคชั่นของผลิตภัณฑ์ ข้อความที่มองไปยังอนาคตเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงตามความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่อาจส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ที่แท้จริงที่แตกต่างอย่างมากจากเนื้อหาที่ปรากฎอยู่ในข้อความที่มองไปยังอนาคตทั้งปัญหาในการพัฒนาหรือความล่าช้า ปัญหาด้านห่วงโซ่การผลิตและการขนส่ง การเปลี่ยนแปลงในตลาด ความต้องการ สภาพเศรษฐกิจโลก ตลอดจนความเสี่ยงและความไม่แน่นอนอื่น ๆ ที่ระบุในรายงานประจำไตรมาสและประจำปีฉบับล่าสุดของเวสเทิร์น ดิจิตอล คอร์ปอเรชั่นที่ส่งถึงคณะกรรมการกกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งควรให้ความสนใจ ผู้อ่านควรระมัดระวัง ไม่เชื่อมั่นในข้อความที่มองไปยังอนาคตเหล่านี้มากเกินไป และเราไม่มีข้อผูกมัดที่จะปรับปรุงแก้ไขข้อความที่มองไปยังอนาคตเหล่านี้ตามเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง

©2021 บริษัท Western Digital หรือ บริษัทในเครือขอสงวนลิขสิทธิ์ Western Digital เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ บริษัท Western Digital หรือบริษัทในเครือในสหรัฐอเมริกาและ/หรือประเทศอื่นๆ เครื่องหมายอื่นๆ ทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง

https://www.westerndigital.com/

บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
33 ถนนสุคนธสวัสดิ์ แขวงลาดพร้าว
เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230
Tel : +66(0) 2553-8888

https://www.synnex.co.th/th/