เกาหลีใต้ผุดไอเดียสุดล้ำ พัฒนา ‘หมึกรอยสัก’ แบบพิเศษ เอาไว้แจ้งเตือนปัญหาสุขภาพ

Share

 44 total views

ปฏิเสธไม่ได้ว่าก่อนหน้านี้ผู้คนในสังคมไทยส่วนใหญ่ยังคงมีค่านิยมและทัศนคติแง่ลบต่อ ‘รอยสัก’ ว่าคนที่มีรอยสักนั้นคือคนไม่ดี แต่ปัจจุบันทัศนคติเหล่านี้เริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น ผู้คนเริ่มไม่ตัดสิน หรือวัดค่าของคนที่รอยสักเพียงอย่างเดียวอีกแล้ว

และในอนาคต ‘รอยสัก’ อาจทำให้ผู้คนเปลี่ยนมุมมองมากขึ้นอีก หลังทีมนักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งเกาหลี (KAIST) ในเมืองแทจอน ของประเทศเกาหลีใต้ ได้พัฒนา ‘หมึกอิเล็กทรอนิกส์’ สำหรับสักลายลงบนผิวหนัง ที่ทำมาจากโลหะเหลว และท่อนาโนคาร์บอน ซึ่งทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์ตรวจจับทางชีวภาพ โดยอาศัยขั้วไฟฟ้า

ความน่าสนใจของรอยสักแบบนี้อยู่ที่ เมื่อเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) หรือเครื่องตรวจจับชีวภาพอื่นๆ จะสามารถเป็นอุปกรณ์ที่ส่งข้อมูล ‘อัตราการเต้นของหัวใจ’ และเป็นสัญญาณแจ้งเตือน ‘ปัญหาสุขภาพ’ ที่อาจเกิดขึ้น อาทิ ระดับกลูโคส (glucose) และ แลคเตต (lactate) ในเลือด เพื่อให้เจ้าของรอยสักนำไปประเมินสุขภาพได้

ด้าน สตีฟ พาร์ค (Steve Park) ศาสตราจารย์ด้านวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ของ KAIST กล่าวว่า ในอนาคตหวังว่าเราจะสามารถเชื่อมต่อชิปวงจรแบบไร้สายเข้ากับหมึกรอยสักนี้ เพื่อให้สามารถสื่อสารหรือส่งสัญญาณไปมาระหว่างร่างกายของเราไปยังอุปกรณ์ภายนอก

อีกทั้งในทางทฤษฎีคาดหวังว่า อุปกรณ์ตรวจจับภายนอกจะสามารถติดตั้งไว้ที่ไหนก็ได้ รวมทั้งในบ้านของผู้ป่วยเองด้วย

นอกจากนี้หลายคนอาจกังวลว่าตัวหมึกจะเป็นอันตรายหรือไม่ สำหรับหมึกตัวนี้จะไม่ซึมเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งทำจากอนุภาคที่มีแกลเลียม (Gallium: เป็นธาตุโลหะสีเงินที่มีความอ่อนนุ่ม) จะนำไปใช้ในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ หรือเทอร์โมมิเตอร์ ส่วนท่อนาโนคาร์บอนที่ตกแต่งด้วยแพลตตินัมจะเป็นตัวนำกระแสไฟฟ้า ขณะเดียวกันยังเสริมสร้างความทนทานในการใช้งาน

“เมื่อเพิ่มหลอดนาโนคาร์บอนลงไปบนรอยสักนาโนบนผิวหนังแล้ว แม้จะถูขนาดไหน รอยสักก็จะไม่หลุดลอกออก จึงไม่สามารถทำได้ด้วยโลหะเหลวเพียงอย่างเดียว เพราะจะไม่มีความทนทาน” สตีฟ พาร์ค ทิ้งท้าย

อย่างไรก็ตาม โครงการพัฒนารอยสักดังกล่าวยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ถ้าวันข้างหน้าทีมวิจัยดำเนินโครงการต่อจนประสบความสำเร็จ ก็จะทำให้ชาวเกาหลีใต้สามารถพกพาอุปกรณ์ตรวจสุขภาพในรูปแบบ ‘รอยสัก’ ที่แจ้งเตือนสภาวะสุขภาพของพวกเขาได้โดยอัตโนมัติ

แหล่งข้อมูล

https://www.facebook.com/brandthink.me/photos/a.1767934240198787/3403581253300736/