AI ทางกฎหมาย ผู้ช่วยทนายความในโลกอนาคต

Share

 999 total views

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ถือเป็นเทคโนโลยีที่มีความสำคัญและเกี่ยวพันกับการดำเนินชีวิตของมนุษย์มากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหลายปี เราได้เห็น AI เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์อย่างหลากหลาย และจะยิ่งขยายวงกว้าง ทำลายขีดจำกัดต่าง ๆ ออกไปเรื่อย ๆ

รวมถึงการที่ AI มีส่วนในการสนับสนุนงานด้านกฎหมาย ซึ่งถือเป็นงานที่มีความละเอียดลึกซึ้ง และเป็นงานที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง

ผู้ช่วยด้านกฎหมายที่ทุกคนเข้าถึงได้

DoNotPay ถือเป็นหุ่นยนต์ทนายความตัวแรกของโลกก็ว่าได้ โดยเจ้า DoNotPay นี้เป็นแอปพลิเคชันที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถร่างเอกสารทางกฎหมายได้ เพียงแค่เราบอกกับแชทบอตว่า เกิดปัญหาอะไรขึ้น เช่น อุทธรณ์ค่าปรับจอดรถ หลังจากนั้นระบบ AI ก็จะแนะนำว่าภาษากฎหมายที่เหมาะสมที่สุดที่ควรใช้คืออะไร เนื่องจากที่ผ่านมานั้น เราจำเป็นจะต้องให้คนที่มีความรู้ด้านกฎหมายเป็นผู้ร่างเอกสารให้ เพราะภาษาที่ใช้ในทางกฎหมาย กับภาษาพูดตามปกติจะแตกต่างกัน ดังนั้น DoNotPay คือผู้ช่วยที่สำคัญที่สุด สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้ในภาษาทางกฎหมาย 

ซึ่งแอปพลิเคชันนี้ ถูกออกแบบโดย โจชัว บราวเดอร์ ชาวหนุ่มวัย 24 ปี จากรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งบริษัทของเขาตั้งอยู่ที่ซิลิคอนวัลเลย์ ซึ่งจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งบริษัทนี้เกิดขึ้นในปี 2015 ซึ่งขณะนั้นเขามีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น

โจชัว กล่าวว่า “คนสามารถพิมพ์ข้อโต้แย้งของตัวเองลงไปโดยใช้คำพูดของตัวเอง แล้วซอฟต์แวร์ตัวนี้ซึ่งมีแบบจำลองการเรียนรู้ของคอมพิวเตอร์ก็จะจับคู่คำพูดนั้น กับวิธีการพูดในทางกฎหมายที่ถูกต้อง”

โจชัว กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการพัฒนาแอปฯนี้ขึ้นมา ก็เนื่องจากตอนที่เขาอยู่ชั้นมัธยมปลาย ซึ่งตอนนั้นเขาอาศัยอยู่ที่กรุงลอนดอน และการขับยนต์ของเขาเขาขั้นแย่มาก จึงทำให้ได้รับใบสั่งค่าปรับด้านการจราจรที่แพงมาก เขาจึงได้พยายามค้นคว้าว่าเขาจะขอยื่นอุทธรณ์ต่อเจ้าพนักงานได้อย่างไร เพื่อขอลดค่าปรับ จนทำให้เขารู้ว่า ปัญหาอย่างหนึ่งที่เป็นข้อจำกัด ก็คือภาษาทางกฎหมาย ซึ่งคนส่วนใหญ่นั้นไม่สามารถเข้าใจภาษาเหล่านั้นได้

DoNotPay เวอร์ชั่นแรก ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2015 ซึ่งเริ่มต้นเพียงแค่สำหรับใช้ในครอบครัวเท่านั้น แต่ในเวลาต่อมา ผู้ใช้งานก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีผู้ใช้งานจากทั่วทั้งอังกฤษ และอเมริกา

“DoNotPay จะช่วยคุณเขียนเอกสารทางกฎหมายได้หลายอย่าง ทั้งการเคลมประกัน, การสมัครขอวีซ่านักท่องเที่ยว, จดหมายร้องเรียนห้างร้านหรือเจ้าหน้าที่ทางการท้องถิ่น, การขอเงินคืนจากค่าใช้จ่ายสำหรับการไปพักร้อนแต่ไม่ได้ไป หรือการยกเลิกสมาชิกยิม ซึ่งสองเรื่องหลังมีคนใช้งานอย่างมากในช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด” โจชัว กล่าว

ปัจจุบัน DoNotPay มีสมาชิกในระบบที่เสียเงินเพื่อใช้งานถึง 150,000 คน รวมถึง DoNotPay ก็ได้รับรางวัลจากเนติบัณฑิตยสภาอเมริกัน (American Bar Association) แม้ว่าบางคนจะต่อต้านว่าแอปฯนี้ ให้คำแนะนำทางกฎหมายที่ไม่แม่นยำ

แต่โจซัว ก็ยืนยันว่าอัตราการประสบความสำเร็จในการใช้งาน อยู่ในระดับ 80% ส่วนที่กรณีการใช้งานเกี่ยวกับค่าปรับเรื่องการจอดรถ อัตราการประสบความสำเร็จจะลดลงมาอยู่ที่ 65% เพราะว่า บางคนทำผิดกฎจราจรที่ไม่สามารถจะผ่อนผันได้จริง ๆ

ทนายความในอนาคตจะทำงานร่วมกับ AI

จากกระแสการพัฒนาเทคโนโลยี AI ในปัจจุบัน ก็มีหลายคนที่เริ่มกังวลว่า AI กำลังจะมาแย่งงานของมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่สำหรับ อีลีนอร์ วีเวอร์ ประธานบริษัทที่ผลิตซอฟต์แวร์กฎหมาย เขาได้ระบุว่า “ทนายความที่ทำงานร่วมกับ AI จะกลายเป็นเรื่องปกติ…”

เนื่องจากทนายความบางส่วนรู้สึกพึงพอใจ เพราะ AI ได้เข้ามามีส่วนในการบริหารจัดการเอกสารคดีความต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และทำงานได้ปริมาณมากขึ้น

ซัลลี ฮ็อบสัน แห่งสำนักงานกฎหมายเดอะ 36 กรุ๊ป (The 36 Group) ในกรุงลอนดอน ซึ่งรับทำคดีอาญาต่าง ๆ เธอเพิ่งใช้เอไอในการไต่สวนคดีฆาตกรรมที่ซับซ้อนเมื่อไม่นานนี้ คดีดังกล่าวจำเป็นต้องมีการวิเคราะห์เอกสารมากกว่า 10,000 ฉบับ อย่างรวดเร็ว โดยซอฟต์แวร์นี้สามารถทำงานเสร็จเร็วกว่าคนทำ 4 สัปดาห์ และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ราว 50,000 ปอนด์

รวมถึง สำนักงานกฎหมายอีกกว่า 300 แห่งใน 55 ประเทศก็ใช้ซอฟต์แวร์นี้เช่นกัน และมีการใช้งานมากถึง 80 ภาษา

ซึ่ง AI ไม่เพียงแต่ช่วยงานทนายความในการคัดแยกหลักฐานทางเอกสารเท่านั้น แต่ยังช่วยในด้านการเตรียมข้อมูลสำหรับว่าความอีกด้วย

ช่วยสะสางคดีความที่คั่งค้าง

ลอเรนซ์ ลีเบอร์แมน ซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการข้อพิพาทดิจิทัลของสำนักกฎหมายเทย์เลอร์ เวสซิงในกรุงลอนดอน ก็เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ใช้งานซอฟต์แวร์ประเภทนี้เช่นกัน โดยเป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดยบริษัทของอิสราเอลที่ชื่อว่า ลิทิเกต (Litigate)

“เพียงคุณอัปโหลดสาระสำคัญในคดีและคำแก้ต่างของคุณ มันก็จะช่วยบอกว่าผู้เกี่ยวข้องหลัก ๆ คือใคร จากนั้น AI ก็จะเชื่อมโยงคนเหล่านี้เข้าด้วยกัน และดึงลำดับเหตุการณ์สำคัญและคำอธิบายของสิ่งที่เกิดขึ้นออกมาพร้อมระบุวันที่ให้ด้วย” ลอเรนซ์ กล่าว

บรูซ โบรด ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ ดีลอยต์ เลกัล (Deloitte Legal) ปีกกฎหมายของดีลอยต์ (Deloitte) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านบัญชี บอกว่า ระบบซอฟต์แวร์ TAX-I ของบริษัท สามารถวิเคราะห์ข้อมูลศาลในอดีตในคดีอุทธรณ์ที่คล้ายคลึงกันได้

ทางบริษัทอ้างว่า มันสามารถที่จะทำนายได้อย่างแม่นยำราว 70% ว่าคดีความที่มีการอุทธรณ์จะได้ข้อยุติอย่างไร โดยสามารถบอกถึงโอกาสที่เราจะประจำความสำเร็จในการว่าความ ซึ่งทนายความสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ประกอบการตัดสินใจว่าควรจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่ได้

ความเป็นไปได้ของทนายความ AI ในโลกอนาคต

AI จะสามารถช่วยเขียนเอกสารกฎหมาย รวมถึงเป็นผู้ช่วยด้านข้อมูลทางกฎหมายให้กับทนายความ แต่เราจะเห็น ทนายความหรือนิติกรที่เป็นหุ่นยนต์ หรือแม้แต่ผู้พิพากษาที่เป็นหุ่นยนต์ได้หรือไม่ในโลกอนาคต ก็ยังคงเป็นสิ่งที่น่าติดตาม และน่าตื่นเต้น เพราะความสามารถของ AI ยังคงต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และทำลายข้อจำกัดต่าง ๆ ที่มีอยู่

โดยของจำกัดที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ AI จะต้องทำลาย เพื่อทำให้สามารถขึ้นมาทำหน้าที่ทางกฎหมายแทนมนุษย์ได้อย่างเต็มรูปแบบ นั้นก็คือความแม่นยำในการตัดสินใจ

ศ.ริชาร์ด โซสส์กินด์ ประธานคณะที่ปรึกษาของประธานตุลาการอังกฤษ กล่าวว่า AI มีความแม่นยำเพิ่มมากขึ้นในการทำนายผลการตัดสินคดีของศาล

ซึ่งในหลายประเทศมีคดีความคั่งค้างอยู่ในระบบพิจารณาคดีอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ในประเทศบราซิลซึ่งมีคดีตกค้างอยู่ในศาลมากกว่า 100 ล้านคดี ด้วยจำนวนมากมายมหาศาลขนาดนี้ จึงไม่มีทางที่ผู้พิพากษาและทนายความที่เป็นมนุษย์จะจัดการกับมันได้

ดังนั้น ถ้าหากในอนาคต AI มีความแม่นยำในการตัดสินเพิ่มมากขึ้น (เกิน 95%) เราก็คงจะมีโอกาสได้เห็นทนายความ หรือผู้พิพากษาที่เป็นหุ่นยนต์ AI มาทำหน้าที่ทางกฎหมาย เพื่อสะสางคะดีความที่มนุษย์ไม่สามารถสะสางได้

เรียบเรียงโดย Security Systems Magazine

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม www.bbc.com/