อุตสาหกรรม IoT ไต้หวัน ชูนวัตกรรมการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีดิจิตอล ขยายธุรกิจสู่อุตสาหกรรมโลก

Share

Loading

Digital Transformation หรือ การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีดิจิตอล กำลังแผ่ขยายไปยังอุตสาหกรรมทั่วโลกและกลายเป็นเทรนด์ระดับโลกที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ด้วยเทคโนโลยี Artificial Intelligence of Things (AIoT) เทคโนโลยี 5G และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ถูกเผยแพร่ออกไปยังหลายๆ กระบวนการผลิตผ่านการใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่นอัจฉริยะ ทั้งนี้ถือเป็นความโชคดีที่ผู้ประกอบการไต้หวันนั้นมีประสบการณ์ด้านการผลิตและสามารถนำเทคโนโลยีนี้ไปพัฒนาธุรกิจได้อย่างเต็มที่ และพัฒนาระบบในหลากหลายประเภทธุรกิจ เช่น ด้านการศึกษาและการเรียนรู้, ด้านสุขภาพ, ด้านคมนาคมขนส่ง, อำนวยความสะดวกในการชีวิตหรือ Smart Living, รวมไปถึงด้านการปกครองของภาครัฐและการบริการสาธารณะอีกด้วย

ในปี 2563 นี้ ถือว่าเป็นปีแรกของเทคโนโลยี 5G ที่ได้เพิ่มเติมในส่วนของ AIoT ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหลักและมีส่วนช่วยในการพัฒนาอุตสาหกรรมของไต้หวัน การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นั้นอาจสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างให้กับเศรษฐกิจของโลก แต่ไต้หวันได้แสดงให้เห็นได้ว่าสามารถรับมือกับเหตุการณ์นี้ได้เป็นอย่างดี ด้วยความพยายามในการเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ นับเป็นสามารถเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับทั้งโลกในการป้องกันโรคระบาดนี้ ส่งผลให้ไต้หวันอยู่ในสถานะที่สามารถผ่าพายุทางเศรษฐกิจและมองเห็นทิศทางในอนาคตได้อย่างชัดเจน

สถาบันวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลระหว่างประเทศ (Taiwan’s International Data Corporation) ได้คาดการณ์ถึงโอกาสทางธุรกิจระดับโลกที่มาจาก AIoT ถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2563 นี้ โดยไต้หวันจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้วยโซลูชั่นที่ครอบคลุมและเข้าใจเทคโนโลยีประกอบกับชื่อเสียงอันเป็นเลิศในด้านการผลิตสินค้าเทคโนโลยีคุณภาพสูงของไต้หวันนั้นทำให้เทคโนโลยีจากไต้หวันได้รับการยอมรับและเป็นที่น่าเชื่อถือในระดับโลก

จุดแข็งและความได้เปรียบในการแข่งขันของไต้หวัน คือ ภาครัฐที่ได้สนับสนุนและเข้ามามีส่วนรวมในการพัฒนาเทคโนโลยี เช่น การใช้งานแอปพลิเคชั่นอัจฉริยะ ซึ่งรวบรวมระบบเมืองอัจฉริยะ, อุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะ, ระบบควบคุมแสงสว่างอัจฉริยะ การบริหารพลังงานอัจฉริยะ, การดูแลสุขภาพ, และรวมถึงการเกษตรอัจฉริยะ ซึ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมของไต้หวันให้พัฒนาและสามารถแข่งขันในระดับโลกได้ ตัวอย่างสำคัญของเทคโนโลยีอัจฉริยะของไต้หวันคือ MiTAC Information ได้พัฒนาระบบ E-Gate หรือระบบตรวจคนเข้าเมืองที่ได้นำไปใช้ในสนามบินของประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่สำคัญที่เทคโนโลยีของไต้หวันได้นำไปพัฒนาในต่างประเทศ และสามารถขยายโอกาสทางธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

เทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทั่วโลก Advantech AMAX-5000 ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมของไต้หวัน หรือ Taiwan Excellence อุปกรณ์ Advantech AMAX-5000 คือ ชุดควบคุมระบบอัจฉริยะ IoT ในภาคอุตสาหกรรม มีจุดเด่นในด้านการออกแบบการใช้งาน (User Interface) ที่ง่ายต่อการใช้งาน และมีคุณสมบัติสำคัญที่สามารถพัฒนาและเชื่อมต่อกับระบบหลักของอุตสาหกรรม และเชื่อมต่อซอฟต์แวร์อื่นๆ (3rd Parties) ได้ง่ายอีกด้วยอีกด้วย อีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญที่นำมาใช้ในอุตสาหกรรมทางการแพทย์ คือ ระบบ IEI Integration ซึ่งเป็นระบบที่สามารถคาดการณ์ปริมาณความต้องการทางการแพทย์ จัดการข้อมูลสำคัญของผู้ป่วย เพื่อวิเคราหะความต้องการเข้าถึงแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งโซลูชั่นนี้ก็ได้ถูกนำไปใช้ในโรงพยาบาลอัจฉริยะหลายๆแห่งทั่วโลกแล้ว อีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญที่เป็นบทพิสูจน์เพิ่มเติมที่แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญของไต้หวันในสาขาเทคโนโลยีนี้ คือ ระบบบริหารจัดการพลังงาน (EMS) เพื่อจัดการ วิเคราะห์และบริหารมาตรวัดน้ำอัจฉริยะแบบ IoT โดยทางผู้ผลิตเทคโนโลยีนี้ได้นำเข้ามาใช้ในการพัฒนาเมืองไทเป และหมู่เกาะมัตสึ เพื่อบริหารการใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยวิสัยทัศน์ ประสบการณ์ และการให้ความสำคัญด้านเทคโนโลยีของไต้หวัน ทำให้ผู้ประกอบการไต้หวันสามารถประสบความสำเร็จในการขยายธุรกิจไปยังประเทศต่างๆ เช่น อินเดีย, ไทย, อินโดนีเซีย, และเวียดนามอีกด้วย

ขอขอบคุณแหล่งที่มา :

https://www.taiwanexcellence.org/th

https://www.ryt9.com/s/prg/3122196