เทคโนโลยี Deepfake อาจเป็นเครื่องมือทรงประสิทธิภาพในการรักษาอาการป่วยทางจิตได้

 318 total views

เทคโนโลยี Deepfake ที่หลายคนคุ้นเคยจากวิดีโอปลอมที่สร้างขึ้นโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งกลายมาเป็นเหมือนดาบสองคม คือทั้งสร้างความบันเทิงให้แก่ผู้คน แต่ก็ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อจุดประสงค์ต่างๆ ได้

แต่ล่าสุด มีความพยายามที่จะใช้เทคโนโลยีเปลี่ยนใบหน้านี้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์แล้ว

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คนทั่วโลกได้เห็นวิดีโอ Deepfake กันมากมายแล้ว อาทิ คลิปวิดีโอของอดีตประธานาธิบดี บารัค โอบามา พูดเรื่องที่หลายคนไม่อยากเชื่อว่าจะมาจากปากของอดีตผู้นำสหรัฐฯ ท่านนี้ หรือ ภาพวิดีโอใบหน้านักแสดง สตีฟ บูเซมี แทนที่ใบหน้าของ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ขณะให้สัมภาษณ์สื่อหลังได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ เมื่อปี ค.ศ. 2016 ซึ่งทั้งหมดนี้ คือผลงานของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) และ Machine Learning หรือ ส่วนการเรียนรู้ของเครื่อง ที่สร้างภาพที่เหมือนจริงอย่างมากมาแทนที่ภาพของวิดีโอจริงๆ โดยจะเน้นที่ใบหน้าเป็นส่วนใหญ่ ทำให้หลายคนรู้สึกแปลกใจและบันเทิงไปนักต่อนักแล้ว

และกลุ่มสตาร์ทอัพ Deliberate AI คือผู้ที่ริเริ่มการนำเทคโนโลยี Deepfake มาใช้งานให้เป็นประโยชน์ยิ่งกว่านั้น เพื่อช่วยในการรักษาและบำบัดอาการทางจิตต่างๆ โดยเฉพาะในส่วนงานของ นักสุขภาพจิตหรือนักบำบัดจิต

มาร์ค อาฟเจส ซีอีโอ ของ Deliberate AI กล่าวว่า ผู้ที่ทำหน้าที่ในด้านเกี่ยวกับสุขภาพจิตมักต้องประสบภาวะเครียดและกดดันเสมอ จนแทบจะไม่มีเวลากลับไปทบทวนว่าได้มีการพูดคุยหรือทำอะไรไปบ้างระหว่างการพบกับผู้ป่วย

ด้วยเหตุนี้ Deliberate AI เชื่อว่า การบันทึกวิดีโอระหว่างการบำบัดรักษาไว้ เพื่อให้นักสุขภาพจิตหรือนักบำบัดจิต ได้กลับมาทวนดูภายหลัง โดยยังรักษาความเป็นส่วนตัวของคนไข้ไว้ได้ น่าจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย

ด้วยเทคโนโลยี Deepfake ทีมงานของสตาร์ทอัพแห่งนี้ ทำการจับรายละเอียดและวิเคราะห์น้ำเสียงและท่าทางของคนไข้ เพื่อเลือกใบหน้าผู้อื่น ซึ่งอาจเป็นดาราผู้มีชื่อเสียง มาแทนที่ใบหน้าของคนไข้ โดยยังรักษาอากัปกิริยาและรายละเอียดอื่นๆ เพื่อไม่กระทบเนื้อหา คำพูด อารมณ์ และลักษณะท่าทางของคนไข้ เพื่อผู้ทำการรักษาจะสามารถศึกษาทุกอย่างได้อย่างถูกต้อง เพราะรายละเอียดทุกจุดสำคัญต่อการรักษาเสมอ

ฮยุง ควอน นักพัฒนาซอฟท์แวร์ของ Deliberate AI กล่าวว่า รายละเอียดทุกอย่างของคนไข้ ไม่ว่าจะเป็น ลักษณะการขยับมือ หรือการขยับตัวเพียงเล็กน้อย สามารถสื่อข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลคนนั้นให้ผู้บำบัดศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Deliberate AI บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ทางทีมงานมีแผนจะนำเสนอเทคโนโลยีนี้ให้กับคลินิก 3 แห่งในรัฐนิวยอร์ก และรัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อนำไปทดลองใช้จริงในเร็วๆ นี้แล้ว

เทคโนโลยีก็เหมือนกับทุกๆ อย่างในโลกนี้ คือ มีทั้งด้านบวกและด้านลบ และการเปลี่ยนสิ่งที่เหมือนจะเริ่มต้นมาเพื่อความบันเทิงให้กลายมาเป็นประโยชน์ต่อผู้คนและสังคมของเรา ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่น้อย

ขอขอบคุณแหล่งที่มา :

https://www.voathai.com/a/deepfake-technology-mental-health-treatment/5458791.html