FBI แฉปี 2019 อาชญากรรมไซเบอร์ฟันกำไรสูงถึง 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

ศูนย์ร้องเรียนอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต (Internet crime complaint centre : IC3) ได้เปิดเผยรายงานเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับอาชญากรรมทางไซเบอร์จากบุคคลและธุรกิจต่างๆ ถึง 467,361 รายการ โดยระบุว่าในปี 2019 อาชญากรไซเบอร์เหล่านี้สามารถทำเงินได้ถึง 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งวิธีการฉ้อโกงที่เหล่าอาชญากรไซเบอร์ใช้กันมากที่สุดคือเทคนิคที่ซับซ้อนจนผู้คนแทบแยกไม่ออกว่าที่อยู่เว็บและอีเมล์นั้นเป็นของจริงหรือของปลอม โดยเฉพาะการฟิชชิงจะใช้เว็บหรืออีเมล์ปลอมเหล่านี้มาหลอกลวงให้เหยื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญเพื่อนำไปใช้ทำการโจรกรรมเงินในบัญชีต่อไป

Ransomware เองก็เป็นเครื่องมือที่สามารถทำเงินให้กับกลุ่มแฮกเกอร์ได้มากกว่า 8.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยวิธีนั้นการนั้นคือใช้มัลแวร์ที่ถูกติดตั้งอยู่ในคอมพิวเตอร์ของเหยื่อแอบไปล็อคข้อมูลหรือดูดข้อมูลออกไป จากนั้นก็ทำการขู่กรรโชกว่าถ้าไม่จ่ายค่าไถ่ก็จะไม่สามารถปลดล็อคข้อมูลได้หรืออาจจะนำข้อมูลเหล่านั้นไปเผยแพร่แทนหากเหยื่อไม่ยอมจ่ายค่าไถ่

ในปีที่ผ่านมา IC3 ได้รับเรื่องร้องเรียน 13,633 รายการจากผู้ตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงที่สนับสนุนด้านเทคนิค (Technical support scam) โดยนักต้มตุ๋นจะโทรหาเหยื่อแล้วอ้างว่าเป็นฝ่ายสนับสนุนทางเทคนิคของบริษัทชั้นนำที่น่าเชื่อถือ โดยอ้างว่าคอมพิวเตอร์ของเหยื่อมีปัญหาซึ่งต้องทำการแก้ไขในทันที แล้วหลอกลวงด้วยวิธีต่างๆ เพื่อให้สามารถเข้าสู่คอมพิวเตอร์จากระยะไกลและขโมยข้อมูลบัญชีบัตรเครดิตของเหยื่อ โดยในรายงานชิ้นนี้ระบุเพิ่มเติมว่าอสชญากรรมทางไซเบอร์นี้มีมูลค่าความเสียหายกว่า 54 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งมาจากผู้เสียหายใน 48 ประเทศ และผู้เสียหายส่วนใหญ่มีอายุมากกว่า 60 ปี

Matt Gorham ผู้ช่วยผู้อำนวยการ FBI Cyber Division (หน่วยงานตรวจสอบและดำเนินคดีอาชญากรรมทางไซเบอร์) กล่าวว่า ข้อมูลที่รายงานต่อ IC3 มีบทบาทสำคัญให้ FBI สามารถเข้าใจแรงจูงใจและวิธีการของอาชญากรทางไซเบอร์ และช่วยให้ FBI สามารถกำหนดความเสี่ยงและบทลงโทษสำหรับผู้ทำผิดกฎหมายและคุกคามความมั่นคงของชาติ รวมทั้งทำให้ความมั่นคงทางด้านไซเบอร์ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ที่มา :

https://www.bbc.com/news/technology-51474109