บริษัท รอยัลเทค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กับการดำเนินธุรกิจมา 32 ปี

 10,538 total views

ด้วยความจริงใจและความน่าเชื่อถือคือหลักการพื้นฐานของการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

โดย คุณกรกิต ชีวกิตติกุล ผู้บริหาร

จุดเริ่มต้นของบริษัท รอยัลเทค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

           “ตอนนี้บริษัทดำเนินธุรกิจมา 32 ปี ก่อตั้งมาตั้งแต่ 1987 เริ่มต้นโดยคุณพ่อและหุ้นส่วน ในตอนนั้นเราเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้านำเข้า ซึ่งเป็นช่วงที่สินค้านำเข้ายังมีไม่มาก จนเมื่อประมาณสมัยรัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรีชาติชาย ชุณหะวัน เป็นช่วงที่เศรษฐกิจดีขึ้น จึงได้มีโครงการต่างๆ เกิดขึ้นหลายโครงการ โดยเฉพาะเป็นช่วงที่เปิดประเทศจึงเริ่มมีนักลงทุนต่างประเทศเข้ามา เท่ากับว่าตอนนั้นใครหรือบริษัทใดก็ตามที่มีศักยภาพในการนำเข้าสินค้ามาเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าจะค่อนข้างได้เปรียบในทางธุรกิจ เราเองเริ่มต้นจากตัวสินค้าที่เป็นสายสัญญาณยี่ห้อ Belden กับตัวอุปกรณ์ Explosion proof ยี่ห้อ Crouse-Hinds ซึ่งตอนนี้กลายเป็น Eaton หลังจากนั้นก็มีตั้งโรงงานทำท่อร้อยสายไฟ ซึ่งเป็นของเราเอง”

           “เดิมทีบริษัทของเราตั้งอยู่ที่อื่นจากนั้นภายหลังจึงย้ายมาที่ปัจจุบัน เราเริ่มขยายบริษัทคือจากคนไม่กี่คนก็ค่อยๆ รับพนักงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ช่วงที่ผมเริ่มเข้ามาร่วมกับบริษัทเป็นช่วงที่เราได้รับงานรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน 18 สถานี ทางรอยัลเทคได้งานตัวที่เป็นซัพพลายในเรื่องของท่อร้อยสายไฟทั้ง 18 สถานี ถือว่าเป็นผลงานชิ้นไฮไลท์ของบริษัท มีการเซ็นต์สัญญาอย่างเป็นทางการกับบริษัทที่เป็น Sub contact จาก ช.การช่าง ซึ่งในการเซ็นสัญญาตอนนั้นก็มีนายจองชัย เที่ยงธรรม รัฐมนตรีช่วยมาเป็นประธาน”

เรามีความชำนาญในการทำงานเชิงโปรเจ็กต์ที่โดดเด่น

           “บริษัทของเรามีความชำนาญในการทำงานเชิงโปรเจ็กต์ที่โดดเด่น โดยเฉพาะเมกะโปรเจ็กต์ที่จะต้องมีการทำความเข้าใจเรื่องของตัวโครงการ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานหรือทางที่ปรึกษาโครงการรวมถึงกับผู้ซื้อและผู้รับเหมาเอง เราก็ต้องมีการสินค้าที่สามารถคลอบคลุมการทำงานที่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหมด เนื่องจากว่าต้องนำเสนอตัวสินค้าและสเปคต่าง ๆ ถึงจุดดีจุดเด่น ประโยชน์ ของสินค้าของเรา จากนั้นต่อเนื่องมาของเราก็มีงานใหญ่ๆ ที่สร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ก็ได้ซัพพลายท่อร้อยสายกับตัวอุปกรณ์ Fitting  ต่อพ่วงทั้งหลายที่เกี่ยวกับระบบร้อยสายไฟ”

           “ระหว่างนั้น เนื่องจากบริษัทเราเป็นบริษัทเทรดดิ้ง เราก็จะมีการ Sourcing สินค้าต่าง ๆ แบรนด์ต่าง ๆ ที่เรานำเข้าสินค้ามาจากต่างประเทศ จริง ๆ เราเริ่มมาจากสินค้าที่เป็น Mechanical & Electrical (M&E) แต่ระหว่างทางเราก็มีสินค้าที่เป็น IT เข้ามา อย่างยี่ห้อ Hadoop ก็จะเน้นเรื่องตัว Network Infrastructure ของตัวระบบไอทีพื้นฐาน หรืออีกหนึ่งสินค้า Allied Telesis นี่ก็เป็นตัวเน็ตเวิร์คพื้นฐาน เป็นระบบสวิตซ์เพื่อจะนำมาต่อกับระบบเน็ตเวิร์ค หรือกับแอปพลิเคชั่นที่ใช้กับพวก IP Surveillance พวกกล้องวงจรปิดต่าง ๆ”

เหตุผลสำคัญของบริษัทในการเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นตัวแทนจำหน่าย

           “เรามีการขยายตัวธุรกิจเพิ่มขึ้นในช่วงทุก 2-3 ปี ก็จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเข้ามา โดยหลักๆ เราจะดูคุณภาพของแบรนด์ว่าอยู่ในเกรดไหน เพราะผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่เรานำเข้ามาเป็นตัวแทนจะเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพพรีเมี่ยม อยู่ในเกรดที่สูง และเนื่องจากเราเริ่มต้นจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นพรีเมี่ยม เพราะฉะนั้นเราจะไม่มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นแมสโปรดักส์ ส่วนใหญ่เราจะต้องใช้วิธีการทำมาร์เก็ตติ้งการทำ Business Development ต่าง ๆ เพื่อเข้าไปทำให้เกิดงานกับ ผู้ใช้งาน หรือ ที่ปรึกษาโดยมากก็ต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี และราคาสมเหตุสมผล ดังนั้นเหตุผลสำคัญของบริษัทที่เลือกผลิตภัณฑ์เข้ามาคือ คุณภาพดี ต้องไม่มีปัญหาหรือมีปัญหาให้น้อยที่สุดต้องมีประโยชน์ต่อลูกค้าให้เยอะกว่าตัวสินค้าแมสทั่วไป และเรื่องบริการหลังการขายลูกค้าของเราก็จะมั่นใจในตัวผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท”

ความจริงใจและความน่าเชื่อถือคือหลักการพื้นฐานของการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

           “เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของเราเป็นผลิตภัณฑ์เกรดพรีเมี่ยม จึงจำเป็นต้องทำให้ลูกค้าเชื่อถือบริษัทของเรา รวมถึงให้ความมั่นใจในตัวบุคลากรด้วย เพราะถึงอย่างไรตัวสินค้าเองก็พูดไม่ได้ แม้สินค้าจะดีอย่างไรก็อาจจะมีที่ดีกว่า สุดท้ายแล้วลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเลือกที่บริษัทหรือฝ่ายขายเป็นหลัก ว่าเราทำให้เขาเชื่อถือได้ไหม เราจึงต้องพิสูจน์เรื่องการบริการกับความจริงใจที่เรามอบให้กับลูกค้า เขาจะเป็นผู้ประเมินว่าจะเลือกใครหรือดูจากปัจจัยอะไร นี่จึงเป็นเรื่องการให้ความสำคัญกับบุคลากรด้วยว่าเขาเองจะต้องพัฒนาตัวเองอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ Technical หรือ Engineering เพราะฉะนั้นคนของเราเองก็ต้องมีความรู้ในสิ่งที่เขานำเสนอลูกค้า ต้องรู้มากกว่าลูกค้า ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ามั่นใจและเชื่อใจ ซึ่งผมมองว่านี่ก็คือหลักการพื้นฐานของการทำธุรกิจเลย”

เป้าหมายของบริษัทคือเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์

           “ตอนนี้บริษัทกำลังเตรียมตัวเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เราเริ่มทำมาได้ 3 ปีแล้ว ในการเตรียมความพร้อมตามเกณฑ์ข้อกำหนดของ กลต. ซึ่งจะต้องมีเงื่อนไขหรือระเบียบข้อบังคับ ที่ค่อนข้างเยอะและละเอียดมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวบัญชีงบการเงินเอง ทั้งเรื่องกระบวนการ และเรื่องการควบคุมภายในจะต้องมีการทำการตรวจสอบบัญชีภายในเพื่อตรวจสอบให้มั่นใจว่าวงจรการทำธุรกิจของเรามีกระบวนการที่สมบูรณ์ ไม่มีช่องโหว่ และเรื่องโครงสร้างธุรกิจหรือโครงสร้างผู้ถือหุ้นต่าง ๆ จะต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interest) รวมถึงตัวบุคลากรก็ต้องปฏิบัติตามตามข้อกำหนด ไม่ว่าจะเป็น CEO หรือ CFO เอง ก็ต้องมีการไปอบรมหรือเข้าสัมมนาต่าง ๆ เพื่อให้ได้ การรับรอง ของ กลต.”

หลักในการดำเนินชีวิตและหลักการบริหารงานคือ “ใช้ชีวิตให้บาลานซ์ ทำงานด้วยความแฟร์”

           “ผมว่าการทำให้ชีวิตมันบาลานซ์น่าจะเป็นคำตอบที่ใช่ที่สุดสำหรับการดำเนินชีวิต คือไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือครอบครัว ทุกอย่างต้องอยู่ในทางสายกลาง ไม่สุดโต่งและไม่หย่อนเกินไป ไม่ว่าเราจะมีธุรกิจอะไรเราก็ต้องให้เวลากับครอบครัวและตัวเอง มันเป็นธรรมชาติของทุกคนที่อยากทำหรืออยากเป็นในสิ่งที่ต้องการ เราอยากทำอะไรก็ต้องตอบโจทย์ตัวเองด้วยเช่นกัน”

           “ส่วนงานก็ต้องทำให้ตอบโจทย์ทางธุรกิจ ถ้าในเชิงของการบริหารธุรกิจต้องใช้ความแฟร์ในทุก ๆ เรื่อง ซึ่งผมคิดว่านี่เป็นความเชื่อมั่นอย่างหนึ่งของพนักงานว่า หากผู้บริหารหรือว่าองค์กรที่เขาอยู่ด้วยนั้นมีความแฟร์ เขาจะมีความสบายใจว่าบริษัทนั้นไม่ได้เอาเปรียบเขา ไม่ว่าจะเรื่องสวัสดิการหรือของผลประโยชน์ต่าง ๆ ต้องทำให้พนักงานเขาฝากอนาคตและฝากชีวิตไว้กับบริษัทได้ ให้เขามีส่วนร่วมหรือเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท เป็นครอบครัวเดียวกัน เพราะจริงๆ แล้ว ธุรกิจหรือบริษัทจะดีได้หรือไม่ ต้องบอกว่ามันขับเคลื่อนด้วยตัวบุคลากร ฉะนั้นผมว่าบริษัทหรือธุรกิจที่มีคุณภาพจะต้องมาจากข้างใน ตัวบุคลากรเองมีความแข็งแกร่ง มีคุณภาพ เชื่อว่านั่นจะสะท้อนไปถึงตัวความสำเร็จของธุรกิจด้วย”

คำว่าพาร์ทเนอร์ไม่ใช่ว่าแค่ขายแล้วจบ แต่มันต้องมีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

           “ต้องขอขอบคุณทางลูกค้าและพาร์ทเนอร์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะรายเก่าหรือรายใหม่ ที่ได้ให้การสนับสนุนและความไว้วางใจมาตลอด คำว่าพาร์ทเนอร์มันไม่ใช่ว่าแค่เราขายลูกค้าฝ่ายเดียวแล้วจบ แต่มันต้องมีการช่วยเหลือกัน ต่างฝ่ายต่างก็ต้องอาศัยกันมันถึงจะทำให้ภาพรวมทั้งธุรกิจเราและธุรกิจเขามันเติบโตได้ ธุรกิจตอนนี้ผมมองว่ามันเป็นเรื่อง Long-term Networking ปัญหาและความไม่เข้าใจกันมันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วในการทำงาน อุปสรรคเหล่านี้เองที่เราก็ต้องก้าวข้ามไปให้ได้”

           “ในส่วนของพนักงานผมก็ให้ความมั่นใจด้วยหลักการหรือนโยบายของบริษัท ยังคงความเอื้อเฟื้อและความแฟร์ ให้ความมั่นใจว่าเรายังต้องมีอนาคตที่ดี มีการเจริญเติบโต อย่างการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ด้วยความที่เราเริ่มต้นเข้าไปด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่ ดังนั้นเราสามารถเปิดรับโอกาสที่จะวิ่งเข้ามาได้อีกมาก เพื่อให้มันก้าวต่อไปอย่างมีความยั่งยืน” คุณกรกิต กล่าวทิ้งท้าย

บริษัท รอยัลเทค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
 350 ซอย 94 ถนนลาดพร้าว แขวงพลับพลา
เขตวังทองหลาง กทม 10310
โทรศัพท์:0-2559-2969
โทรสาร:0-2559-2965
อีเมล:info@royaltec.com
เว็บไซต์: www.royaltec.com